Menu
เกี่ยวกับโครงการ
กลุ่มชาติพันธุ์
รายงานลงพื้นที่
ข่าวประชาสัมพันธ์
REงานวิจัย
เกี่ยวกับเรา
สมุดเยี่ยม
กระดานข้อความ
......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความสำเร็จของการพัฒนาระบบตัวเขียนกลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโวยจ

 

การพัฒนาระบบตัวเขียนถือเป็นขั้นตอนแรก ๆ ของกระบวนการฟื้นฟูภาษาและภูมิปัญญาท้องถิ่น เนื่องจากต้องสร้างเครื่องมือหรือระบบตัวเขียนเพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์นั้น ๆ ได้ใช้สำหรับการบันทึกภาษา ตั้งแต่คำศัพท์ เรื่องเล่า นิทาน ตลอดจนภูมิปัญญาและองค์ความรู้ของกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ๆ เพื่อการสืบทอดและการดำรงอยู่ของภาษาไม่ให้ล้มหายตายจากไป

ในกระบวนการสร้างระบบตัวเขียนของกลุ่มชาติพันธุ์จำเป็นต้องอาศัยนักภาษาศาสตร์เพื่อที่จะช่วยดูแลในการแปลงเสียงพูดให้กลายเป็นตัวเขียนอย่างมีระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ ชุมชนเห็นพ้องต้องกันและสังคมภายนอกก็มิอาจปฏิเสธ ระบบเขียนนี้ต้องครอบคลุมภาษาย่อยต่าง ๆ เพื่อให้สามารถอ่านและเขียนได้ทั้งภาษาถิ่นของตนเองและถิ่นอื่น ง่ายต่อผู้ใช้ ไม่ซับซ้อนจนเกินไป แสดงลักษณะของภาษาได้มากที่สุด และสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบราชการได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีความสอดคล้องกันทั้งมิติวิชาการ มิติสังคม/ชุมชน และเกิดมิติทางด้านเทคโนโลยีที่สามารถพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ได้

เมื่อวันที่ 22 – 23 มกราคม 2554 ศูนย์ศึกษาและฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤต ได้มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการพัฒนาระบบตัวเขียนของกลุ่มชาติพันธุ์อูรักลาโวยจ ภายใต้โครงการวิจัย “แนวทางในการศึกษาศักยภาพของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และการฟื้นฟูภาษาวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมีส่วนร่วมของชาวอูรักลาโวยจ หมู่บ้านสังกาอู้ ต.เกาะลันตาใหญ่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่” ซึ่งการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่า ชาวอูรักลาโวยจสามารถใช้เวลาเพียงวันครึ่งในการสร้างระบบตัวเขียนในภาษาของตนเอง จนเกิดผลสัมฤทธิ์ขึ้นกล่าวคือ ได้หลักเกณฑ์ในการเขียนภาษาอูรักลาโวยจด้วยตัวอักษรไทย ได้ชาร์ตพยัญชนะต้น 22 ตัว (มี 3 รูปยังไม่พบคำ) พยัญชนะท้าย 10 ตัว และสระ 23 รูป (มี 4 รูปยังไม่พบคำ) อย่างไรก็ตามผลลัพธ์เหล่านี้ยังไม่สมบูรณ์ คงต้องมีการนำไปทดลองใช้ในชุมชนต่อไป



หากไล่เรียงตามขั้นตอนและกระบวนการพัฒนาระบบตัวเขียนแล้วพบว่า ปัจจัยที่ทำให้กลุ่มอูรักลาโวยจสามารถพัฒนาระบบตัวเขียนได้และประสบความสำเร็จนั้น ประกอบไปด้วยปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้
1. ค้นหาคนตรงตามคุณสมบัติ กล่าวคือ ต้องมีคุณสมบัติที่อ่านออก เขียนได้ ที่สำคัญคือสามารถพูดภาษาในกลุ่มของตนเองได้มากและออกเสียงชัดเจน ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการของกลุ่มอูรักลาโวยจครั้งนี้ มีลักษณะเด่นคือ มีกลุ่มคนหลากหลายวัย ทั้งกลุ่มวัยรุ่น (18 – 20 ปี) กลุ่มวัยกลางคน (30 – 45 ปี) และกลุ่มผู้สูงอายุ (50 ปีขึ้นไป) ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ยังคงสามารถพูดภาษาอูรักลาโวยจได้อย่างชัดเจน และเขียนภาษาไทยได้ อีกทั้งยังได้เป็นการเรียนรู้ร่วมกันอีกด้วย
2. ทบทวนวรรณกรรม ทีมพี่เลี้ยงและทีมวิชาการภาษาศาสตร์ได้ร่วมมือกันสืบค้นหาวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาษาอูรักลาโวยจ โดยเฉพาะเรื่องระบบเสียงที่มีผู้ศึกษาไว้ก่อนแล้ว ทั้งในเรื่องระบบเสียง, คู่เทียบ และคำศัพท์ในภาษาอูรักลาโวยจ รวมถึงข้อมูลพื้นฐานของชาวอูรักลาโวยจเบื้องต้น เพื่อทำให้เกิดการทำงานที่สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่หากมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่เคยมีใครได้ศึกษาไว้ นักวิจัยหรือผู้ที่มีความรู้ในด้านภาษาศาสตร์มีความจำเป็นจะต้องเก็บข้อมูลและศึกษาระบบเสียงเบื้องต้นจากในพื้นที่ก่อน
3. สร้างแรงบันดาลใจ ถือเป็นโอกาสอันดีที่การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาระบบตัวเขียนของกลุ่มอูรักลาโวยจ ได้จัดขึ้นที่สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดล เพราะจะทำให้ผู้เข้าร่วมประชุม (เจ้าของภาษา) ได้มีโอกาสเห็นนิทรรศการ ผลงาน หนังสือเล่มเล็ก หนังสือเล่มยักษ์ ฯลฯ ที่จัดแสดงในกลุ่มฟื้นฟูภาษาและวัฒนธรรมในภาวะวิกฤตที่ได้ดำเนินงานไปแล้ว เช่น กลุ่มชอง กลุ่มญัฮกุร กลุ่มมอญ รวมถึงกลุ่มการทำงานของภาษามลายู ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีภาษาใกล้เคียงกับกลุ่มอูรักลาโวยจ ผลงานต่าง ๆ เหล่านี้ได้ตอกย้ำให้เห็นว่า “กลุ่มอื่นทำได้สำเร็จ กลุ่มเราก็ต้องทำได้”
4. เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง กล่าวคือ ลักษณะของการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ได้ใช้กระบวนการให้ผู้เข้าร่วมประชุม (เจ้าของภาษา) ได้เขียนคำด้วยตนเอง ออกเสียงด้วยตนเอง โดยมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษาศาสตร์คอยเป็นผู้จัดระบบลักษณะเสียง ทำให้เจ้าของภาษาได้เรียนรู้ถูก รู้ผิดได้ด้วยตนเอง โดยอาศัยหลักเกณฑ์หรือข้อตกลงที่ได้ยอมรับร่วมกัน นอกจากนี้เจ้าของภาษายังสามารถเลือกใช้คำที่ถูกจริต เหมาะสม และตรงกับเสียงพูดของตนเองชัดเจนที่สุด ใช้แล้วไม่เกิดความสับสน เช่น คำว่า อูรักลาโวยจ อาจเขียนได้ทั้ง อูรักลาโว้ย, อูรักลาโวย? หรือ อูรักลาโวยจ

ผู้เข้าร่วมอบรมเรื่องการพัฒนาระบบตัวเขียน
ภาพผู้เข้าร่วมประชุมสนใจผลงานการทำงานของกลุ่มฟื้นฟูภาษากลุ่มอื่น ๆ

จะเห็นได้ว่าการสร้างเครื่องมือหรือพัฒนาระบบตัวเขียนของชาวอูรักลาโวยจ ได้อาศัยหลักสำคัญ 2 ประการคือ หลักเทคนิค ซึ่งก็คือหลักเกณฑ์ในการพัฒนาระบบตัวเขียน มีการออกเสียงชัดเจน เขียนถูกต้องด้วยตัวอักษรไทยตามหลักและข้อตกลงที่ได้รับการยอมรับร่วมกัน และหลักสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนคิดว่าขาดไม่ได้นั่นคือ หลักความมีจิตสำนึกในกลุ่มชาติพันธุ์ของตนเอง ด้วยความรู้สึกรัก หวงแหน และใส่ใจในภาษาและวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่มีใครสามารถลุกขึ้นมาทำแทนใครได้ หากเจ้าของภาษานิ่งเฉย และไม่ลุกขึ้นมาปกป้องภาษาและวัฒนธรรมของตนเองด้วยตนเอง